ตอน 2

บทที่ 1 ตอนที่ 2 บทเรียนสุดท้าย

Aecaetia

11,935 ตัวอักษร

“ดิฉันขอฝากผลึกเอเทอร์นี้ไปด้วยนะคะ”

เสียงอันไพเราะของเด็กสาวดังขึ้นระหว่างที่คณะเดินทางกำลังจัดเตรียมเสบียง ที่บริเวณทางเข้าของคฤหาสน์ขนาดใหญ่

“ด้วยความยินดีครับ คุณหนู”

ชายหนุ่มโค้งคำนับอย่างอ่อนโยนพร้อมกับสีหน้าที่อบอุ่น

“ส่งให้ท่านเรการ์ดงั้นหรือครับ?”

“ดิฉันทำให้ท่านคาเรนเทียค่ะ เป็นผลึกเอเทอร์ที่มีพลังฟื้นฟูสูงมากๆ แต่ก็แลกมากับการดึงมานาจากดิฉันบางส่วนเช่นกันค่ะ”

เด็กสาวสาธิตการใช้งานให้เขาดูโดยการย่อตัวลงไปที่แปลงดอกไม้ข้างๆ จากนั้นเธอก็ทำการเด็ดดอกไม้ออกมาและได้เปิดใช้งานผลึกเอเทอร์ ทันใดนั้นลำต้นที่ขาดออกของดอกไม้ก็ได้งอกออกมาใหม่ทั้งดอก โดยที่ดอกที่เด็ดออกมาก่อนหน้านั้นก็สลายหายไปในเวลาเดียวกัน

“วิเศษมากครับคุณหนู เพราะเหตุนี้ถึงควรมอบให้กับท่านคาเรนเทียซึ่งคอยสนับสนุนท่านเรการ์ดสินะครับ เพราะถ้าเกิดท่านคาเรนเทียถูกเล่นงานก่อน ทุกคนคงจะเพลี่ยงพล้ำเป็นแน่”

ชายหนุ่มครุ่นคิดด้วยสีหน้าที่จริงจัง เหมือนกับว่าเขากำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่ด้วย

“ท่านเอดการ์ดมีเรื่องคาใจอยู่หรอคะ?”

เด็กสาวขยับเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับเอียงคอถามด้วยสีหน้าอันบริสุทธิ์ด้วยความสงสัย

“หัว—— ต้องขออภัยที่เสียมารยาทครับคุณหนู”

ชายหนุ่มรีบตอบออกมาด้วยความร้อนรน ราวกับว่าเขานั้นไม่ได้ยินสิ่งที่เด็กสาวถามด้วยซ้ำ เพียงแต่เขาเห็นเธอเข้ามาใกล้เขามากขึ้น เขาจึงรู้สึกตัวขึ้นมา

“ถ้าหากว่าท่านเอดการ์ดมีเรื่องกังวลอยู่ในใจ สามารถบอกดิฉันได้เสมอเลยนะคะ”

เด็กสาวพูดขึ้นมาพร้อมกับเอามือทาบอกและยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่แสนจะดึงดูดสายตา

“รับทราบครับคุณหนู กระผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะคะ”

ชายหนุ่มโค้งคำนับให้กับเด็กสาวจากนั้นก็เดินจากไปพร้อมกับกำผลึกเอเทอร์ไว้แน่นและได้พูดกับตัวเองเบาๆ—

“—เรื่องนี้ผมคงบอกคุณหนูไม่ได้หรอกครับ”

—————————————————————————————————————————

“ขอให้ปลอดภัยนะคะ ท่านเรการ์ด ท่านคาเรนเทีย และท่านเรวิอุส”

เสียงอวยพรถูกกล่าวโดยเมดสาวผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อผู้ออกเดินทาง โดยปกติแล้วเธอจะเป็นคนที่ร่าเริงและขี้เล่นอยู่เสมอแต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน กลับเป็นสถานการณ์ที่พิเศษและมีภัยอันตรายที่แทบจะไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย ไม่แม้แต่จะสามารถคาดเดาได้ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งเพียงใด สิ่งที่เธอกลัวที่สุดนั้นไม่ใช่ความตายของตัวเธอเอง แต่เป็นการสูญเสียคนที่เธอหวงแหน เธอไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว เพราะเหตุนั้นเธอจึงคิดแผนที่จะทำให้บททดสอบของเรวิอุสนั้นยากยิ่งกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้ตัวเขานั้นได้เพียบพร้อมขึ้นไปอีกระดับ แม้ในตอนนั้นเธอจะยังคงยิ้มราวกับว่าแค่แกล้งเขาเล่นเท่านั้น แต่เมื่อต้องส่งเขาออกสู่สนามรบจริงๆ เธอก็ไม่สามารถที่จะกักเก็บความกังวลที่มีอยู่ในใจไว้ได้—

“—ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นหรอกนะ ลิเลีย”

เมื่อได้ยินเสียงนั้นตาของเธอก็ค่อยๆเบิกกว้างพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาตามจุดกำเนิดเสียง และเธอก็ได้พบกับเด็กหนุ่มที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี หัวใจของเธอได้ผ่อนคลายลงเล็กน้อยแต่เธอก็ประหลาดใจที่พบว่าคนที่ควรจะออกเดินทางไปแล้วนั้นเหตุใดถึงกลับมาอยู่ตรงหน้าของเธอได้

“เรวิอุส...”

“รอบนี้เรียกแค่ชื่อผมงั้นหรอ แสดงว่าเธอคงจะกังวลจริงๆสินะ ลิเลีย”

เด็กหนุ่มได้ยิ้มตอบรับเด็กสาวอย่างอบอุ่น

“ไม่ต้องห่วงไปหรอก ผมสัญญาว่าผมจะกลับมาให้ได้ เจ้าพวกนั้นน่ะ ยังไงก็ไม่ฉลาดไปกว่าท่านพ่อกับท่านแม่ เพราะงั้นผมต้องรอดกลับมาได้แน่นอน ผมจะไม่ทิ้งให้เมดประจำตัวของผมต้องโดดเดี่ยวหรอกนะ”

เรวิอุสพยายามพูดปลอบใจเพื่อให้ลิเลียกลับมาร่าเริงอีกครั้งพร้อมกับลูบหัวของเธอไปด้วย

“นั่นสินะ— ถ้างั้นขอให้จัดการให้ได้แบบราบคาบเลยนะคะนายท่าน”

รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของเธออีกครั้งพร้อมกับคำอวยพรที่เต็มไปด้วยพลัง

“ผมสัญญา ผมจะกลับมาหาเธอให้ได้”

เมื่อพูดจบเรวิอุสจึงขึ้นม้าแล้วรีบเดินทางไปให้ทันขบวนรถที่ออกตัวไปก่อนหน้า

“สัญญาแล้วนะคะ”

เด็กสาวได้เฝ้ามองเด็กหนุ่มที่กำลังค่อยๆ จากไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งหลุดสายตาของเธอไป

—————————————————————————————————————————

“ตรงนี้สิน้าาที่คุณบอกว่าใกล้ที่สุด”

คาเรนเทียพูดออกมาระหว่างที่เธอกำลังก้มตัวลงพร้อมกับเอามือลูบผนังหินที่คาดว่าจะใกล้กับถ้ำมากที่สุด

“พอจะผ่านเข้าไปได้ไหมครับ ถ้าหากใช้เขตแดน”

“ก็คงจะเป็นทางเลือกเดียวแหละน้าา แต่แบบนี้ก็เปลืองพลังสุดๆเลย~”

หญิงสาวพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดูจำใจ เพราะการที่เธอจะดึงคนเข้าเขตแดนจำนวนมากนั้น เธอก็จะต้องใช้พลังมากขึ้นด้วยเช่นกันและการจะคงสภาพของเขตแดนที่รองรับคนหลายคนขนาดนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่มีใครคิดจะปฏิบัติจริง

“ถ้าเป็นทางปิดแบบนี้ก็หมายความว่าพวกอบิสเทอร์ในถ้ำนั้นคงจะเยอะมากๆ เป็นแน่”

ชายหนุ่มลูบคางและพูดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กน้อย

“ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีแหละ~ ที่พวกนั้นจะไม่สามารถออกมาทำร้ายผู้คนได้ ฉันคงต้องเตรียมเขตแดนอีกสักพัก ฝากแจ้งทุกคนด้วยนะคะท่านเอดการ์ด”

“ได้ครับ”

เอดการ์ดค่อยๆ เดินจากไประหว่างที่คาเรนเทียกำลังทำสัญลักษณ์ไปรอบๆ บริเวณ

“ทุกอย่างจะต้องราบรื่น”

—————————————————————————————————————————

“เพลงดาบของลูกในตอนนี้นั้นคงจะอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการฝึกเสริมพลังแล้วล่ะ”

เรการ์ดกล่าวออกมาระหว่างที่ทั้งคู่กำลังลาดตระเวนพื้นที่โดยรอบหมู่บ้าน

“เสริมพลังอาวุธแบบท่านพ่อหรอครับ!”

เด็กหนุ่มตาลุกวาวขึ้นมาทันทีและพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น เหมือนกับเด็กที่กำลังจะได้ของขวัญที่เฝ้ารอมานาน

“ใช่แล้วล่ะ ก่อนหน้านี้พ่อยังสอนไม่ได้เพราะถ้าหากว่าถูกสอนตั้งแต่ยังไม่ชำนาญดาบล่ะก็ จะทำให้พึ่งพาพลังอย่างเดียวจนรีดประสิทธิภาพจากเพลงดาบออกมาได้ไม่เต็มที่นัก และก็ด้วยข้อกำหนดบางอย่างที่ว่ามานาของลูกต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อนแต่ก็เป็นเหตุผลเดียวกับการที่ลูกยังไม่ถูกเรียกตัวไปที่สถาบันเวทมนตร์ล่ะนะ”

เรการ์ดอธิบายรายละเอียดจากนั้นก็ได้ยื่นดาบของตนให้กับเรวิอุส

“นี่คือดาบประจำตัวของพ่อซึ่งถูกพ่อเสริมพลังมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วล่ะ ทำให้หลงเหลือมานาที่สถิตในตัวดาบไว้อยู่บ้าง ลูกลองทำความคุ้นเคยก่อนก็ได้ แล้วจากนั้นพ่อจะสอนวิธีใช้อย่างจริงจังแล้ว”

เมื่อเรวิอุสรับดาบมา เขาก็สัมผัสได้ทันทีว่านี่คือดาบชั้นเลิศที่มีร่องรอยของมานาอย่างชัดเจนราวกับว่ามานาได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโครงสร้างของดาบไปแล้ว ทั้งมวล น้ำหนักและความคม ทุกอย่างล้วนถูกซ้อนทับโดยภาพมายาของมานาภายในตัวดาบ

“นี่มัน—”

ทันใดนั้นเรวิอุสก็สัมผัสได้ถึงสายลมที่ฉีกขาดจากคมดาบซึ่งกำลังพุ่งใส่เขาโดยตรง—

—ปึก

“กิ่งไม้?”

เรวิอุสใช้ดาบป้องกันไว้ได้ แต่เมื่อเขาตั้งตัวเสร็จ เขาก็พบว่าคมดาบที่เขารู้สึกนั้นเป็นเพียงแค่กิ่งไม้เสริมพลังที่เรการ์ดกำลังถืออยู่เพียงเท่านั้น

“จงใช้สัญชาตญาณเสริมดาบนั้นเพื่อตัดกิ่งไม้นี้ให้ได้เสีย เรวิอุส”

เรการ์ดพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังพร้อมกับแผ่แรงกดดันออกมามหาศาล

“อึก— ถ้างั้นล่ะก็ เผา”

เรวิอุสเสริมพลังเข้าไปในดาบ ถึงแม้ว่าภายนอกจะยังคงรูปเดิมไว้แต่ทั้งความคมและมวลต่างก็เริ่มแปรผัน

เรการ์ดไม่รอช้า เพียงแค่ชั่วพริบตาเขาก็มาโผล่ด้านหลังของเรวิอุสแล้ว

“เพลิงงั้นหรอ”

“ห้ะ—”

เรวิอุสรีบหันหลังไปฟันโดยทันทีแต่เรการ์ดก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว และไม่ว่าจะมองไปทางไหน เขาก็ไม่พบร่องรอยของใครเลย—

เรวิอุสจึงตั้งสติและเพ่งประสาทสัมผัสตรวจจับการเคลื่อนไหวทั้งหมด ทั้งกระแสลม ใบไม้ ลำธาร

“—บน”

ตู้มมม!!!

เรวิอุสหลบการโจมตีจากฟากฟ้าได้อย่างเฉียดฉิว และรีบฟันสวนทันทีแต่ก็ถูกปัดออกไปได้ ในชั่วพริบตาเอดการ์ดก็มาโผล่ด้านหลังพร้อมกับฟาดกิ่งไม้ลงมา เรวิอุสจึงกระโดดหลบออกมาเพื่อหวังจะตั้งหลักแต่เอดการ์ดกลับพุ่งตัวตามมาและกระหน่ำแทงทันที เรวิอุสปัดการโจมตีที่เป็นอันตรายไว้ได้ แต่ก็ต้องยอมโดนแบบถากๆเช่นกัน เมื่อได้จังหวะเขาก็รีบฟันสวนเพื่อหยุดเพลงดาบของเรการ์ดทันทีและรีบวิ่งเข้าไปในป่าเพื่อเปลี่ยนสมรภูมิ เอดการ์ดเองก็พุ่งตามหลังมาทันด้วยความรวดเร็วพร้อมกับฟันเข้าใส่ แต่เรวิอุสก็หลบมุมต้นไม้ได้ทัน และได้แทงสวนกลับมาโดนกิ่งไม้ของเรการ์ดเต็มๆ ทำให้เกิดประกายไฟขึ้นและกิ่งไม้ก็เกิดรอยไหม้จนเปลือกแตกออกเอดการ์ดจึงรีบถอยออกมาก่อน

“เกือบไปแล้วไง ถ้างั้นละก็ต่อจากนี้ไม่ออมมือแล้วนะ”

หลังพูดจบ เอดการ์ดก็ตั้งท่าถือดาบและเสริมมานาเข้าไปอย่างมหาศาลจนเกิดประกายแสงสว่างไปทั่วผืนป่า

“หลอมรวมโครงสร้าง ดาบมานา”

“จริงหรอเนี่ยย”

เขาได้เปลี่ยนเป็นท่าง้างดาบ จากนั้นก็ฟันกวาดออกมาด้วยแรงกดดันมหาศาล

“อึก—”

ตู้มมมมม!!!

เพียงชั่วพริบตาต้นไม้เบื้องหน้าทั้งหมดก็ถูกผ่ากลางเป็นแนวนอนและล้มลงมา

เรวิอุสที่หลบการทำลายล้างนั้นมาได้ จึงรีบวิ่งหลบต้นไม้ที่ร่วงหล่นนับไม่ถ้วนต่อทันที จนกระทั่งรอดออกมานอกป่าได้

“—เอ๊ะ”

ภาพที่เขาเห็นกลับเป็นเรการ์ดที่กำลังนั่งย่างอาหารอย่างสบายใจ จนแทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือคนที่เพิ่งจะทำให้ป่าไม้ราบเป็นหน้ากลอง

“สบายใจจังเลยนะครับท่านพ่อ~”

“ฮ่าฮ่าฮ่า มานั่งพักก่อนเถอะ พ่อใกล้จะย่างเสร็จแล้วล่ะ”

เมื่อเรวิอุสเดินไปนั่งก็พบว่าสิ่งที่เรการ์ดย่างอยู่นั้นคือผลไม้เรื่องชื่อของดินแดนตะวันตก'เอเฟอร์'

“น่ากินสุดๆเลยครับ การได้กินเอเฟอร์ก่อนออกศึกคงจะเป็นลางดีสำหรับผมแล้วสิครับ ฮ่าฮ่าฮ่า”

“พ่อรู้ว่าเป็นของโปรดของลูกยังไงล่ะ พ่อก็เลยให้คนที่หมู่บ้านเตรียมไว้เป็นกรณีพิเศษ ย่างให้ละลายแล้วกินอย่างอร่อย ฝีมือพ่อจะเทียบเท่าลิเลียไหมนะ ฮ่าๆ”

“เมดประจำตัวผมซะอย่าง ยังไงก็ต้องถูกปากผมกว่าอยู่แล้วสิครับ”

“อะไรกันพ่อก็เป็นพ่อนะะะ ใกล้ชิดกว่าอีกกก”

“หมายความว่าลิเลียเก่งระดับนั้นไงครับ“

"ก็ได้ๆ งั้นลองชิมดูสิ"

เรการ์ดพูดด้วยความมั่นใจพร้อมกับยื่นเอเฟอร์มาที่เรวิอุส

“งั้นผมคาดหวังนะครับ”

เมื่อได้ลิ้มรสเข้าไปรอยยิ้มก็ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าของเรวิอุสและเขาได้รีบกินอย่างต่อเนื่องทันที

"แบบนี้คงจะรู้ผลแล้วสินะ พ่อชนะ"

เรการ์ดพูดออกมาด้วยสีหน้าเอ็นดูพร้อมกับลูบหัวลูกชาย

"พ่อทำได้ไงครับเนี่ย รสชาติเหมือนลิเลียมาทำเองเลย"

"ลูกชายออกศึกครั้งแรกทั้งที พ่อก็ต้องเตรียมเซอร์ไพรซ์ลูกหน่อยสิ ก่อนหน้านี้พ่อก็เลยให้ลิเลียสอนมาน่ะ สอนพร้อมแม่เลยด้วย"

"ระหว่างวางแผนบททดสอบผมใช่ไหมครับเนี่ยยย"

เรวิอุสพูดออกมาพร้อมนึกถึงช่วงเวลาอันแสนตื่นเต้นนั้น

“—อะไรกันเนี่ยยย!!!”

เสียงปริศนาดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน เป็นเสียงของเด็กหนุ่มที่กำลังตกตะลึงสุดขีด

“—เดี๋ยวผมไปจัดการเองครับ ท่านพ่อ”

เรวิอุสได้รีบวิ่งไปตามเสียงนั้นทันที

“เรวิอุสสสส!”

“โอ้ะ— สวัสดีโคลลล ที่หมู่บ้านเป็นไงกันบ้างงง”

เรวิอุสพูดออกมาหวังที่จะกลบเกลื่อนแต่เขากลับเผยรอยยิ้มที่ดูไม่มั่นใจเลยสักนิดออกมาอย่างชัดเจน เพราะว่าภาพเบื้องหน้าที่เขาเห็นนั้นเป็นดั่งหายนะของผืนป่า

“ทุกคนมีความสุขดีจนกระทั่งมีคนมาระเบิดป่าเล่นเนี่ย”

โคลได้ตอบคำถามทันทีพร้อมกับเจาะจงเรื่องภาพเบื้องหน้าต่อ ราวกับว่าเขาก็พอจะเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเรวิอุสมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

“เอาน่าๆ เดี๋ยวใช้ผลึกเอเทอร์ที่เกี่ยวกับการเพาะปลูกไม่กี่วันก็คงจะกลับมาเป็นปกติแล้วน่าาา”

เรวิอุสได้ตบไหล่เขาเบาๆพร้อมเสนอวิธีฟื้นฟูป่าขึ้นมาใหม่

“อย่าบอกนะว่านั่นคือฝีมือของท่านเรการ์ดน่ะ”

ท่าทีของโคลได้กลับมาปกติอีกครั้งหลังจากที่รู้ว่ามีผลึกเอเทอร์แบบนั้นอยู่ด้วย

“ตามนั้นเลยยย”

เรวิอุสได้ทำสีหน้าหมดแรงพร้อมพูดออกมา

“งั้นก็ช่วยไม่ได้ ว่าแต่ทำไมถึงต้องทำลายป่าเละขนาดนี้ด้วยล่ะ”

“อยู่ดีๆ ท่านพ่อก็อยากทดสอบผมน่ะสิ แล้วพอเห็นสู้มือหน่อยเขาก็ระเบิดป่าเฉยเลย”

“ฮ่าๆ งี้นี่เอง แต่นายเองก็เก่งขึ้นระดับที่รอดจากการโจมตีแบบนี้แล้วหรอเนี่ย ตอนนี้ฉันยังเทียบกับนายเมื่อก่อนไม่ได้ด้วยซ้ำ”

“ถ้าท่านพ่อไม่เหลือพื้นที่หลบไว้ให้ผมก็คงกลายเป็นฝุ่นไปแล้วแหละน่าาา ฮ่าๆ”

ทั้งคู่หัวเราะหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ด้วยความที่ทั้งคู่ต่างสนิทสนมกัน ทำให้เวลาคุยกันก็ไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดอะไรมาก ทั้งคู่ก็สามารถเข้าใจกันได้อย่างง่ายดาย

“ฉันจะฝึกฝนมากขึ้นเรื่อยๆ จนสักวันหนึ่ง ฉันจะคู่ควรที่จะยืนเคียงข้างนายให้ได้”

“ตอนนี้โคลก็เป็นคู่หูผมอยู่แล้วนี่”

“แค่นี้ยังไม่พอน่า ฉันต้องฝีมือสูสีกับนายด้วย จะได้ช่วยนายในตอนที่งานล้นมือได้ไง”

“ขอบคุณนะโคล แต่นายก็อย่าฝืนตัวเองมากล่ะ ไว้จบศึกผมจะเอาเทคนิคต่างๆ กลับมาฝากนะ”

“จะตั้งตารอเลยล่ะ ขอให้โชคดีนะเรวิอุส”

“อื้ม ฝากหมู่บ้านด้วยล่ะ”

ทั้งคู่ได้กล่าวจากลากัน จากนั้นเรวิอุสก็กลับไปหาเรการ์ดที่กำลังแอบฟังอยู่เงียบๆ

“ทำชาวบ้านตกใจใหญ่แล้วนะครับท่านพ่อ~”

“ฮ่าๆ”

เรการ์ดได้แต่ขำแห้งเพราะที่พูดมาเขาก็ผิดจริงๆ

“—ทั้งสองคน ได้เวลาแล้วครับ”

ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังนั่งพักผ่อน เอดการ์ดก็ได้มาแจ้งข่าวพอดี

“ขอบคุณที่มาแจ้งนะครับท่านเอดการ์ด แต่เวลาพอเหมาะเลยนะเนี่ย”

“งั้นเราไปกันเถอะเรวิอุส ศึกแรกของลูกจะเริ่มขึ้นแล้วนะ”

“ครับ ท่านพ่อ”

ขณะที่ทั้งสองพ่อลูกเดินนำไปก่อน เอดการ์ดก็ได้มองเข้าไปในซากป่าที่พังทรายพร้อมกับคิ้วขมวด เขาได้โยนอะไรบางอย่างเข้าไปในป่า จากนั้นเขาก็ได้เดินตามสองพ่อลูกไป

—————————————————————————————————————————

“เอาล่ะทุกคนนน จะเริ่มเปิดเขตแดนแล้วน้าาา

“โอ้วววว!!!”

ทุกคนตะโกนตอบรับหญิงสาวอย่างพร้อมเพรียงและเต็มเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม

“กำเนิดเขตแดน บิดเบือนความเป็นจริง ขยายพื้นที่”

ทันทีที่คาเรนเทียเปิดใช้งานผลึกเอเทอร์ บริเวณรอบตัวเธอก็ได้เกิดการหักเหของแสงราวกับว่ามิติกำลังถูกบิดเบือนและฉีกกระชาก จนกระทั่งมันกลืนกินพื้นที่โดยรอบทั้งหมด

“เท่านี้โลกภายนอกก็ปลอดภัยแล้วล่ะน้าาา รวมถึงพวกอบิสเทอร์ก็ไม่รู้ตัวแล้วด้วย~”

“ขั้นตอนสุดท้ายแล้วนะคะ”

เมื่อพูดจบเธอก็ได้ชี้คทาไปด้านหน้า

“บีบอัดห้วงมิติ ถักทอเป็นเส้นใย ปลดปล่อยเอเทอร์!!!”

พื้นที่ตรงหน้าได้ยุบตัวเข้าด้วยกันจากนั้นก็ถูกยืดออกเป็นเส้นใยที่ถักทอกันเหมือนกับลูกศรและถูกปลดปล่อยออกไปด้วยแรงดันอันมหาศาล

ลูกศรนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงมากซะจนเกิดภาพลวงว่ามีลำแสงส่องสว่างเป็นแนวยาวเจาะทะลวงเข้าไปในภูเขา ก่อเกิดเป็นทางเข้าขนาดใหญ่ที่สามารถยกพลเข้าไปได้โดยที่ไม่ถูกบีบให้ต้องต่อแถว

“ลุยกันเลยยยย!!!”

“โอ้ววววว!!!”

เมื่อคาเรนเทียให้สัญญาณทุกคนก็ตะโกนปลุกใจและรีบบุกเข้าไปในถ้ำทันที

“เป็นไงบ้างครับ ท่านแม่”

“แม้ว่าอานุภาพจะดูรุนแรง แต่ด้วยความที่เป็นการบิดเบือนความเป็นจริงของเขตแดน ก็เลยทำให้มันกินพลังน้อยลงเยอะเลยล่ะน้าาา เพราะแม่คงทำแบบนี้จริงๆไม่ไหวหรอกกก ถึงจะแลกมากับการเสียพลังไปจากการใช้เอเทอร์บ้างก็เถอะะแต่ก็เป็นแผนการที่ปลอดภัยที่สุดทั้งต่อพวกเราและต่อหมู่บ้านด้วย”

“คงจะส่งผลกระทบต่อหมู่บ้านเยอะเลยครับ เพราะก่อนหน้านี้ท่านพอระเบิดป่าไปแค่บางส่วน คนที่หมู่บ้านก็ตื่นตระหนกกันแล้วครับ ฮ่าๆ”

“แบบนี้ก็คุ้มแล้วสิน้าา ที่แม่ยอมใช้เขตแดนกว้างขนาดนี้~”

“งั้นเรารีบตามเข้าไปเถอะครับ”

“ค่าาา”

ทั้งสองคนค่อยๆเดินตามเข้าไปเพื่อรอกำจัดพวกอบิสเทอร์ที่หลงเหลืออยู่