“—ายท่านคะ”
เสียงของหญิงสาวดังขึ้นมาในหัวลางๆ แต่ก็ยังไม่ชัดพอที่จะจับใจความได้
“นายท่านคะ”
เมื่อเริ่มรู้สึกตัวเขาก็ได้ยินถ้อยคำอันสุภาพที่เปล่งออกมาโดยเสียงอันไพเราะแสนสบายหูซะจนชวนให้ผ่อนคลาย เมื่อเขาพยายามค้นหาต้นกำเนิดเสียงนั้นก็เห็นเงารางๆ ของหญิงสาวที่กำลังนั่งพับเพียบและจ้องมองเขาอยู่
“เลิกงัวเงียแล้วตื่นได้แล้วนะคะ นายท่าน”
งัวเงียงั้นหรอ แล้วทำไมเธอถึงนั่งพับเพียบอยู่กันล่ะ? เอ๊ะ—
“—โอ้ะ อ อรุนสวัสดิ์ ลิเลีย นี่เธอเข้ามาได้ไง แล้วทำไมผมถึงนอนอยู่ที่พื้นล่ะเนี่ย”
เขาพูดออกไปด้วยความตื่นตระหนกจากการที่เพิ่งรู้ตัวว่าตนหลับอยู่ โดยที่มีหญิงสาวกำลังจ้องมองด้วยสีหน้าสงสัย
“นั่นควรเป็นคำถามของดิฉันมากกว่านะคะ ว่าทำไมนายท่านถึงนอนตกเตียง”
“อ้ะ-นี่ผมนอนตกเตียงหรอเนี่ย เพราะงั้นเธอก็เลยเข้ามาตรวจสอบสินะ”
“ใช่แล้วค่ะนายท่าน ถ้านายท่านคอหักขึ้นมา เมดประจำตัวอย่างดิฉันก็เสียชื่อหมดสิคะ~”
เธอพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดูสดใสขี้เล่นพร้อมกับเอามือทาบอกอย่างภูมิใจ
“ครับๆ คุณเมดผู้ครบเครื่อง”
เธอยิ้มต่ออีกสักพักจากนั้นเธอก็กลับเขาโหมดปกติ
“นายท่านคะๆ”
“อืม มีอะไรครับ”
“ท่านเจ้าบ้านเรียกตัวน่ะค่ะนายท่าน~”
ท่านพ่อเรียกตัวผมเช้าขนาดนี้เลยหรอ งั้นคงจะมีเรื่องสำคัญแบบกระทันหันแน่ๆ คงต้องรีบเตรียมตัวแล้วล่ะนะ
“ขอบคุณที่มาบอกผมนะลิเลีย เดี๋ยวผมเตรียมตัวสักหน่อย เธอไปรอก่อนได้เลย”
“รับทราบค่ะนายท่าน”
เธอถอนสายบัวอย่างเรียบร้อยจากนั้นก็เดินไปที่ประตู ก่อนจะหันข้างเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูสนุกสนาน แล้วออกจากห้องไป
“เอาล่ะ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันนะ แต่เดี๋ยวลิเลียก็คงตรวจสอบแหละ เตียงอาจจะแค่เอียงก็ได้ งั้นรีบเตรียมตัวก่อนละกัน”
ระหว่างที่เขาเตรียมตัวเขาก็ได้คิดในใจพร้อมกับหันไปมองที่เตียงนอนด้วยความสงสัย
แต่ผมก็แทบไม่นอนตกเตียงเลยนี่ อาจจะเพราะฝันร้ายงั้นหรอ แต่ทำไมตอนตื่นขึ้นมากลับรู้สึกดีจังนะ?
“เอาเถอะรีบเตรียมตัวให้เสร็จดีกว่า”
เมื่อเขาออกจากห้องไปที่โถงทางเดินใหญ่เขากลับพบว่าบรรยากาศโดยรอบนั้นเงียบผิดปกติ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ไร้ซึ่งเสียงจากสภาพแวดล้อม แม้แต่เสียงลมพัดก็ไม่มี เสมือนกับว่าเขายังคงอยู่ในฝัน
“ทุกคนหายไปไหนกันหมด หรือว่าจะมีเรื่องสำคัญจริงๆ กันนะ แต่บรรยากาศแบบนี้ดูจะเป็นรางไม่ดีเลยนะเนี่ย”
โดยปกติแล้วบริเวณรอบๆ โถงทางเดินในตอนเช้าจะมีสาวใช้อย่างน้อยหนึ่งคนคอยดูแลอยู่เสมอแต่ครั้งนี้กลับไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต
เมื่อเดินไปได้สักพักเขากลับพบอะไรบางอย่างกองอยู่ที่พื้นจนชวนให้สงสัย มันเหมือนกับกองผ้าที่ถูกวางไว้ที่พื้นอย่างไม่เป็นระเบียบ
“มีเรื่องด่วนจนต้องทิ้งของไว้ตรงนี้เลยหรอเนี่ย”
เมื่อเข้าใกล้มากขึ้นเขาก็พบว่านั่นคือหญิงสาวผมสีชมพูอ่อนกำลังนอนหมดสติอยู่ที่พื้นทางเดินโดยมีผ้าคลุมไว้—
“—ลิเลีย!”
เขาเรียกชื่อเธอออกไปด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับรีบวิ่งเข้าไปหาหญิงสาวทันที แต่แล้วก็—
—ชวิ้ง
เสียงดาบอันคมกริบสองเล่มเข้าปะทะกันอย่างจัง ถึงจะถูกลอบโจมตีจากด้านหลังแต่เรวิอุสก็สามารถรับไว้ได้ทัน จากนั้นทั้งคู่ก็รำบำเพลงดาบสวนกันเร็วอย่างกับเครื่องปั่นผลไม้ เรวิอุสได้อ่านจังหวะการเคลื่อนไหวและใช้ช่องโหว่โจมตีด้วยความรุนแรงเพื่อปัดให้เพลงดาบของผู้บุกรุกหยุดชะงัก ทันใดนั้นเขาก็เตะอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไปและพุ่งตามไปด้วยความเร็วชั่วพริบตาพร้อมแทงดาบไปด้วย ผู้บุกรุกเอียงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวและอ้อมไปด้านหลังของเรวิอุสพร้อมฟันกวาดใส่ เรวิอุสปัดดาบได้อย่างหวุดหวิดและกระโดดออกมาตั้งท่าโจมตีใหม่
“แกเป็นใคร”
“—”
เรวิอุสได้เอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมอ่านสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หรือว่านี่คือเรื่องสำคัญที่ท่านพ่อเรียกตัวผมไป เจ้านี่อาจจะเป็นตัวอันตรายที่ท่านพ่อกำลังจะแจ้งให้ทราบแต่ดันมาเร็วกว่าที่คาดไว้ก็ได้ แต่ถ้ามาถึงตรงนี้ได้แสดงว่าคงจะมีพรรคพวกคอยถ่วงเวลาท่านพ่อไว้อยู่สินะ และระหว่างทางก็จัดการลิเลียไป
“ไม่คิดจะพูดคุยงั้นหรอ ทำร้ายสาวใช้ของตระกูลผมแบบนี้ผมไม่ปล่อยให้หนีรอดหรอกนะ”
จากนั้นทั้งคู่ก็พุ่งเข้าหากัน ดาบของเรวิอุสฟันหลอกที่บริเวณกลางลำตัวเพื่อให้ผู้บุกรุกใช้ดาบปัดป้องและเขาได้อาศัยแรงปัดนั้นเปลี่ยนวิถีดาบเพื่อตวัดดาบโจมตีไปที่แขน แต่ผู้บุกรุกกลับรู้ทันและกระโดดพลิกตัวกลับหัวพร้อมฟันกวาดรอบตัวทันที เรวิอุสก้มหลบแล้วเตะสวนขึ้นแต่ ภายในชั่วพริบตานั้นเองผู้บุกรุกกลับเคลื่อนไหวอย่างผิดมนุษย์โดยการกลับหัวมาเหยียบเท้าเรวิอุสที่กำลังเตะขึ้นฟ้าและกระโดดไปทางที่ลิเลียนอนอยู่ —แต่ทันใดนั้นเรวิอุสก็มาดักอยู่ด้านหน้าขั้นระหว่างกลางไว้พร้อมกลับแทงสวนเข้าไปที่จุดตาย
แกร้ก
เกิดเสียงโลหะแตกออกอย่างรุณแรงดังขึ้นท่ามกลางเสียงของกระแสลมที่เกิดจากความเร็วของคนทั้งสอง ผู้บุกรุกรีบกระโดดออกและขว้างดาบพุ่งตรงใส่ลิเลียด้วยความเร็วดั่งกระสุนปืน เรวิอุสจึงต้องรีบอุ้มลิเลียและพาหลบออกไป
“ยอดเยี่ยมมาก”
ผู้บุกรุกได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรวิอุสคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นก็คือพ่อของเขาเอง ‘เรการ์ด ‘
“ท่านพ่อ!?”
ระหว่างที่เขากำลังโล่งใจก็ได้มีเสียงหัวเราะคิกคักแทรกขึ้นมาจากอ้อมแขน
“ฮิฮิ~”
เมื่อมองลงไปก็พบกับเมดสาวผมสีชมพูอ่อนที่กำลังกลั้นขำด้วยสีหน้าที่ร่าเริงราวกับเด็กที่เพิ่งจะเล่นสนุกเสร็จ แต่ด้วยความสดใสนั้นทำเอาเรวิอุสโกรธไม่ลงและได้แต่ยิ้มตอบรับอย่างหมดแรง
“เป็นห่วงน่าดูเลยนะคะ นายท่าน~”
เมดสาวได้พูดขึ้นมาโดยที่ตัวเธอยังคงกลั้นขำเอาไว้ แต่ใครดูก็รู้ว่าเธอกำลังแกล้งแหย่เรวิอุสอยู่
“แต่ก็เหมือนจะอารมณ์เสียน่าดูเลยนะคะ ตอนที่รู้ว่าดิฉันถูกทำร้ายน่ะ~”
ลิเลียรู้ว่าท่านพ่อจะทดสอบผมเธอเลยคิดแผนแกล้งแบบนี้ออกมาและขอให้ท่านพ่อร่วมมือสินะ งั้นผมคงต้องแกล้งเธอกลับสักหน่อยแล้วล่ะ
“เดี๋ยวผมก็ปล่อยลงตรงนี้ซะหรอก”
“ว้าาาา อย่าาานะคะนาาายท่านนน~”
เมดสาวร้องเสียงสูงออกมาโดยที่เธอเองก็ยังคงยิ้มร่าเริงอยู่เหมือนกับว่าเธอรู้ว่าเรวิอุสจะไม่ปล่อยเธอลงจริงๆ จากนั้นเธอก็หลับตาข้างนึงแล้วทำสีหน้าสดใส
“แต่ว่ายังไม่หมดหรอกนะคะนายท่าน”
“—เห้ะ?”
อยู่ๆ บรรยากาศก็เย็นยะเยือก เสียงของสิ่งแวดล้อมรอบๆ เริ่มค่อยๆ จางหายไป จนกระทั่งเหมือนเวลาหยุดนิ่งลง—
—แกร้ก
เสียงแตกร้าวของมิติได้ดังขึ้นพร้อมกับเกิดรอยแยกที่ฉีกขาดยาวพาดผ่านรอบๆ ตัวเขา จากนั้นรอยแยกก็แตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งเรการ์ดและลิเลียล้วนหายไปพร้อมๆ กัน เหลือไว้เพียงดาบหนึ่งเล่มที่ปักอยู่กลางโถงทางเดิน
“เขตแดน?”
ทันใดนั้นดาบน้ำแข็งก็ได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับลอยวนไปรอบตัวของเรวิอุส ซึ่งดาบทุกเล่มล้วนค่อยๆ หันคมดาบเข้าหาตัวเขา
“ซวยล่ะ—”
เรวิอุสรีบพุ่งไปคว้าดาบที่ปักอยู่ที่พื้นและฟันกวาดรอบตัวในจังหวะที่ดาบพุ่งเข้าใส่พอดี เพียงแค่ชั่วพริบตา ดาบน้ำแข็งทั้งหมดก็แตกสลายลง
“เดี๋ยว—”
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว พื้นใต้เท้าของเขาก็เริ่มเย็นขึ้นจนมีน้ำแข็งเกาะ เขาจึงรีบกระโดดขึ้นกลางอากาศทันที เพียงแค่ชั่วพริบตา ก็เกิดแท่งน้ำแข็งแหลมคมงอกออกมาจากพื้นและพุ่งตรงเข้าใส่เขา เรวิอุสพลิกตัวและถีบเพดานพุ่งตัวลงมาพร้อมกับผ่าน้ำแข็งแยกออกเป็นสองท่อนจนแตกสลายกลายเป็นหมอกบดบังทัศนวิศัย
เมื่อหมอกจางลงเขาก็พบว่าบริเวณรอบๆ ทั้งหมดมีน้ำแข็งที่คล้ายกับกระจกเงากระจายไปทั่ว
“อย่าบอกนะว่า—”
ยังไม่ทันขาดคำ ก็เกิดลำแสงยิงไปทุกทิศทางพร้อมกับเปลี่ยนวิถีไปเรื่อยๆ ทั้งยิงใส่เรวิอุสและยิงสะท้อนกระจก ลำแสงนั้นไม่ใช่สิ่งที่เรวิอุสสามารถตัดได้ เขาจึงทำได้เพียงแค่หลบเท่านั้น
เรวิอุสวิ่งตรงไปเรื่อยๆ ตามโถงทางเดินพร้อมกับคอยหลบลำแสงที่ยิงมานับไม่ถ้วน เขากระโดดหลบลำแสงแนวต่ำและสไลด์หลบลำแสงแนวกลางที่มาอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นลำแสงก็พุ่งใส่เขาจากทุกทิศทาง เขาจึงต้องกระโดดไปที่กำแพงพร้อมกับหมุนตัวหลบลำแสงที่สวนทางมาเขากระโดดขึ้นไปต่อบนเพดานเขาดีดตัวรอดผ่านช่องแคบๆ ของลำแสงและม้วนตัวลงพื้นเขาและวิ่งต่อไปพร้อมเอียงตัวผ่านซอกลำแสง
จนกระทั่งถึงประตูสิ้นสุดโถงทางเดิน เขาได้รีบเปิดประตูเข้าไปเพื่อหวังออกจากห้องลำแสงอันเยือกเย็นนี้–
“—คงจะหนาวสิน้าาา~”
เขามองเข้าไปในห้องได้เพียงพริบตาก็พบกับลูกไฟขนาดใหญ่ที่กำลังพุ่งมาทางเขาด้วยความเร็วสูง เรวิอุสจึงรีบปิดประตูทันทีแล้วพุ่งหลบไปข้างๆ ทันใดนั้นประตูก็ได้ระเบิดออกพร้อมกับมีไฟพุ่งออกมาด้วยความรุณแรงมันแรงจนกระทั่งประตูนั้นสลายหายไปเลย เมื่อทุกอย่างสงบลงเขาจึงโผล่ออกมาดู ก็พบเข้ากับหญิงสาวแสนงดงามที่กำลังวิ่งเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม นั่นก็คือแม่ของเขา ‘คาเรนเทีย ‘
“ท่านแม่—”
ไม่ทันพูดจบเรวิอุสก็ถูกอ้อมกอดจากหญิงสาวโอบกอดเอาไว้ เธอกอดแน่นซะจนเรวิอุสไม่สามารถต่อต้านได้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขากลับมีความรู้สึกที่สบายจนเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นเพียงฝัน ทั้งไออุ่นจากร่างกาย ความนุ่มนิ่มอันอ่อนโยนของสัมผัส และความรักที่ส่งมานั้นล้วนส่งถึงเรวิอุสอย่างท่วมท้น นอกเหนือจากกอดแล้วยังมีสัมผัสอันอ่อนโยนจากมืออันบอบบางที่ค่อยๆ ลูบหัวเขาอย่างถนุดถนอมราวกับว่าเขาเป็นของที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเธอ
“เหหหห~”
เสียงของหญิงสาวขี้เล่นที่เรวิอุสคุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ หูของเขา ทำเอากล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเรียกร้องให้เขารีบพุ่งตัวออกมาทันที
“—ไหงลิเลียถึงอยู่ในเขตแดนด้วยล่ะครับบ!”
เขารีบแยกตัวออกมาทันที ซึ่งภาพที่เขาเห็นก็คือหญิงสาวผมสีชมพูอ่อนที่กำลังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ซึ่งก่อนหน้านี้เธอคงจะจ้องเขาอยู่อย่างใกล้ชิดระหว่างที่เขาถูกกอดเหมือนกับเด็ก
“ก็ลิเลียเป็นคนคิดแผนนี้นี่นาาา แม่ก็เลยอยากให้เข้ามาสังเกตการณ์ด้วย~”
คาเรนเทียพูดออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจพร้อมกับเล่นเส้นผมของตนไปพราง ผิดกับอีกคนที่กำลังยิ้มอย่างภูมิใจอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นเช่นนั้นเรวิอุสจึงทำได้เพียงแค่ขำแห้งๆ
“เอาเถอะ แต่ว่าถึงขั้นใช้ผลึกเอเทอร์เพื่อสร้างเขตแดนสำหรับสามคนขึ้นมานี่ ไม่ลงทุนเกินไปหน่อยหรอครับ ท่านแม่”
“สบายมากๆ สำหรับแม่แล้ว การลงทุนเพื่อลูกต่อให้ต้องใช้พลังทั้งหมดของแม่ แม่ก็ยินดีนะ เพราะว่าเรวิอุสคือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่ามหาคริสตอลอีก~”
“ถ้ามหาคริสตอลหายไป เราก็อยู่ไม่ได้สิครับท่านแม่!”
เรวิอุสสวนด้วยความจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ออกมา ถึงแม้จะเป็นน้ำเสียงเชิงขำขันแต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับ
“ก็มันนน~”
คาเรนเทียที่เถียงต่อไม่ได้จึงทำได้แค่พองแก้มแล้วหันหลบสายตา
“งั้นเรารีบออกไปหาท่านพ่อกันดีไหมครับ ตอนนี้คงจะเหงาน่าดูเลย”
“อื้ม~”
คาเรนเทียจึงชูมือขึ้นเหนือหัว ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างขึ้นราวกับว่าพื้นที่รอบๆ กำลังยุบตัวเข้าไปรวมกันที่มือของเธอ จากนั้นสิ่งแวดล้อมทุกอย่างก็กลับมาปกติรวมถึงเสียงลมและเสียงของผู้ชายอีกคน
“ยอดเยี่ยมมาก เรวิอุส!”
ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปรี่ยมล้นไปด้วยความภาคภูมิใจที่มีต่อลูกชาย เขาปรบมือและเดินเข้ามาแตะไหล่อย่างเป็นกันเอง ราวกับว่าเรวิอุสได้ผ่านใทีความสำเร็จที่แสนสำคัญ
“ขอบคุณครับท่านพ่อ แต่ถ้าท่านพ่อเอาจริงขึ้นมาผมคงสลบไปก่อนที่จะรู้ตัวด้วยซ้ำนะครับ ฮ่าๆ”
เขาขำออกมาขณะที่นึกภาพตัวเองโดนทุบจนนอนกองกับพื้นข้างๆ ลิเลีย
“อะไรกัน แค่นี้ลูกก็พร้อมมากเกินพอแล้วล่ะ จริงๆ พ่อก็ไม่คิดว่าแม่จะใช้ผลึกเอเทอร์เหมือนกัน”
“เดี๋ยวสิคุณณณ การทำเพื่อลูกยังไงก็ต้องพิเศษอยู่แล้วสิคะะะ ใช่ไหมลิเลีย~”
ระหว่างที่พูดเธอก็เดินเข้าไปใกล้เรการ์ด และได้ทำแก้มป่องใส่จากนั้นก็หันไปหาลิเลียที่ยืนอยู่อีกฝั่ง
“ใช่เลยค่ะท่านหญิง นายท่านจะต้องกลายเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้โลกแน่นอนค่ะ”
ลิเลียพูดสนับสนุนด้วยความจริงใจพร้อมกับรอยยิ้มที่มั่นใจเต็มเปี่ยม
“เห็นมั้ยคุณณ แล้วตอนนั้นแค่ได้เห็นทุกคนชื่นชมเรวิอุสเราก็คงจะมีความสุขจนวันๆ คอยแต่ตามข่าวแล้วแหละะ~”
คาเรนเทียกุมมือขึ้นและพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นที่ล้นหลาม
“ใจเย็นๆ ฉันยังไม่ได้ค้านอะไรเลย แค่คาดไม่ถึงเฉยๆ น่าาา ยังไงความสุขที่สุดของเราก็คือการได้เห็นการเติบโตของเรวิอุสนั่นแหละะนะ”
เรการ์ดยกมือห้ามปรามและเขาก็ได้ยิ้มอย่างอบอุ่นพร้อมกับหันไปมองเรวิอุส
“พูดได้ดีนี่คุณ”
คาเรนเทียพยักหน้าตอบรับและหันไปมองเรวิอุส
“ทุกคนพูดเกินไปแล้วนะครับบบ ฮ่าๆ”
เรวิอุสที่ทำตัวไม่ถูกจึงได้แต่ขำกลบเกลื่อนความรู้สึกของตน จากนั้นทุกคนจึงหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานไปอีกพักใหญ่
“แล้วเรื่องสำคัญที่ท่านพ่อเรียกผมมาคืออะไรหรอครับ”
เรวิอุสเพิ่งนึกขึ้นมาได้จึงถามออก
“โอ้ พอดีว่าทางสถาบันตรวจพบปริมาณเอเทอร์จำนวนมากในบริเวณภูเขาใกล้ๆ หมู่บ้านน่ะ จึงคาดว่าจะมีตอบิสเตอร์ระดับสูงอยู่ด้วย พวกเขาเลยจะส่งคนมาช่วยและร่วมมือกับเราในการจัดการกับสถานการณ์นี้น่ะ ซึ่งจากที่ทดสอบลูกดูแล้ว ลูกก็พร้อมเกินพอที่จะไปด้วยแล้วล่ะ พ่อเลยจะบอกว่าพรุ่งนี้ลูกคงจะได้ลงสนามจริงแล้วล่ะนะ”
“จริงหรอครับ ท่านพ่อ!”
เรวิอุสถามซ้ำอีกครั้งพร้อมกับแววตาที่เปล่งประกายสุดๆ
“จริงสิ และเป็นโอกาสที่จะได้สอนลูกใช้มานาเสริมพลังแบบพ่อด้วยนะ แถมยังได้เห็นพ่อกับแม่ต่อสู้ในสถานการณ์จริงอีกด้วย ตรงกับความพิเศษที่แม่ว่าเลยใช่มั้ยล่ะ”
เรการ์ดพูดยืนยันและอธิบายเหตุประกอบ พร้อมกับยิ้มปิดท้ายอย่างอบอุ่น
“ในที่สุด!!! เรารีบไปเตรียมตัวกันดีกว่าลิเลีย ขอตัวก่อนนะครับท่านพ่อ ท่านแม่”
“ค่ะ นายท่าน”
เรวิอุสพูดด้วยความตื่นเต้นและรีบวิ่งไปเตรียมความพร้อม
“ถึงจะเติมโตขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีมุมที่เป็นเด็กเหมือนกันสินะ”
“ใช่แล้วค่ะคุณ ตอนโดนกอดก็ไม่ต่างอะไรจากตอนยังตัวเล็กๆเลย อดใจเห็นการเติบโตของลูกต่อไปไม่ไหวแล้วสิ~”
“นั่นสินะ คงจะเป็นความสุขที่สุดแล้วล่ะ”
ทั้งสองคนพูดคุยกันถึงลูกชายที่พวกเขาคอยดูแลเอาใจใส่มาโดยตลอด พร้อมกับเฝ้ามองเด็กชายและเด็กสาวที่กำลังวิ่งไปด้วยความตื่นเต้น
————————————————————————————————————
“เหลือเวลาอีกเป็นวันเลยยย เหมือนว่าเราจะตื่นเต้นเกินไปหน่อยนะเนี่ย~”
“แต่อย่างน้อยก็ได้มีเวลาให้สงบสติอารมณ์ก่อนนะคะนายท่าน”
เมดสาวพูดออกมาอย่างสบายใจขณะที่ตัวเธอกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางแปลงดอกไม้หลากชนิดที่เธอนั้นเป็นคนดูแลอย่างถนุถนอมมาโดยตลอด
เรวิอุสที่อยู่ด้านหลังจึงได้แต่นั่งมองเมดสาวที่กำลังเล่นกับดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน เพื่อรอเวลาออกเดินทาง
จะว่าไปผมก็ไม่เคยเห็นแปลงดอกไม้นี้เหี่ยวเฉาเลยนะเนี่ย คงต้องชมสักหน่อยแล้วสิ
ระหว่างที่เรวิอุสกำลังคิดในใจนั้น เขาก็ไม่ทันสังเกตเลยว่าลิเลียไม่ได้อยู่ในแปลงดอกไม้แล้ว
“นายท่านคะ”
“ค-ครับ”
เมื่อรู้สึกตัวอีกที ลิเลียก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ทั้งกลิ่นอายที่คุ้นเคยและความอ่อนช้อยของเธอ ล้วนทำให้เรวิอุสนั้นเผลออยู่เสมอ
“ไว้ตอนที่นายท่านกลับมาแล้ว ดิฉันจะใช้ดอกไม้จากสวนนี้เป็นเครื่องรางประดับดาบให้นะคะ”
ลิเลียพูดขึ้นมาพร้อมกับกุมดอกไม้ไว้ในมือทั้งสองที่ระดับอก เหมือนกับว่าเธอกำลังภาวนาให้เขากลับมาอย่างปลอดภัย
“เธออุตส่าห์ดูแลดอกไม้พวกนี้อย่างดีเลยนะ ถ้าเอาไปทำเป็นส่วนของดาบล่ะก็ เธอจะไม่เสียดายหรอ?”
“ตรงกันข้ามเลยต่างหากค่ะ”
ลิเลียหันหลังให้เขาพร้อมกับพูดออกมา
“ดอกไม้นั้นล้วนถูกทำร้ายและไม่สามารถปกป้องอะไรได้ การที่สักวันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของดาบ และสามารถปกป้องสิ่งต่างๆได้นั้น มันก็คงจะดีไม่น้อยเลย ว่าไหมคะ?”
เธอเอียงตัวเล็กน้อยและหันกับมาสบตากับเรวิอุสในประโยคสุดท้าย
“—”
ภาพที่เรวิอุสเห็นตรงหน้านั้น คือสีหน้าของลิเลียที่เขาไม่ค่อยได้เห็นนัก เป็นสีหน้าที่เหมือนกับว่าเธอกำลังมีความสุข แต่ก็แอบแฝงไปด้วยความรู้สึกลึกลับมากมาย ทำเอาเขาตกตะลึงไปชั่วขณะ
“—นั่นสินะ”
เรวิอุสลุกขึ้นและยิ้มให้กับลิเลียอย่างอบอุ่นพร้อมกับพูดออกมา
“ถ้างั้นผมจะใช้ดาบเล่มนั้นปกป้องทุกคนไว้เอง เพื่อให้สมกับความปราถณาของเหล่าดอกไม้เลยล่ะ”
“และไม่ใช่แค่ปกป้องสิ ผมจะช่วยเหลือทุกคนเอง รวมถึงวิธีการรักษาท่านย่าด้วย”
“นายท่าน—”
สายตาของเธอเบิกกว้างพร้อมกับสั่นไหวเล็กน้อย ความรู้สึกในใจของเธอเกือบที่จะเอ่อล้นออกมา เธอค่อยๆ เอามือสัมผัสกับอัญมณีบริเวณอกของเธอเพื่อระลึกถึงบางสิ่ง จากนั้นเธอก็สบตากับเรวิอุส
ทั้งสองสบตาซึ่งกันและกันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น ถึงแม้จะเป็นแค่การพูดคุยเล็กน้อย แต่นี่ก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งดาบที่เรวิอุสจะไม่มีวันลืม
————————————————————————————————————
